กำลังโหลดข้อมูล

Favorite
shares
0

สภาการศึกษาจัดประชุมทางวิชาการสภาการศึกษาเสวนาออนไลน์ เรื่อง "บทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการศึกษาในยุคดิจิทัล”

24 ส.ค. 2564 – สภาการศึกษาจัดประชุมทางวิชาการสภาการศึกษาเสวนาออนไลน์ เรื่อง "บทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการศึกษาในยุคดิจิทัล”

โดย สกศ. กล่าวว่าได้ขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง และจำเป็นต้องสร้างแนวคิดต่อสังคมให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาและต้องร่วมมือกันในหลากหลายมุมมองเพื่อนำไปปรับใช้ในนโยบายและผลักดันมิติการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาอย่างตรงเป้าหมายและเป็นเอกภาพ ทั้งภาครัฐ-เอกชนต้องปรับตัวร่วมกัน ถือเป็นความท้าทายการยกระดับพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านทางระบบออนไลน์ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปด้วยกัน นำไปสู่การจัดการศึกษาที่สอดคล้องสถานการณ์วิถีปกติใหม่ (New normal) ปัจจุบัน

ในการเสวนาประเด็น "บทบาทของภาคเอกชนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการศึกษาในยุคดิจิทัล" กูรูจากภาคเอกชน ดร.ชาติชาย นรเศรษฐาภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส Sustainable Development บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นายพิภพ พิทักษ์ศิลป์ ที่ปรึกษาประธานกรรมการบริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ดร.วรวุฒิ ไชยศร ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม กลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ นักวิชาการอิสระ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์การศึกษา www.eduzones.com ต่างแสดงวิสัยทัศน์ในการร่วมพัฒนาระบบการศึกษาที่ตอบสนองโลกของงานอนาคต สาระสำคัญ 3 เรื่อง 1.มุมมองการศึกษาไทย 2.สิ่งใดควรพัฒนาการศึกษาไทย และ 3.ข้อเสนอเชิงนโยบายการศึกษาควรเป็นอย่างไร

วิธีที่ขับเคลื่อนและได้ผลแล้วคือ การพัฒนาหลักสูตรกับโรงเรียนเครือข่าย และร่วมเป็นคณะผู้บริหาร หรือบอร์ดโรงเรียน เพื่อให้มีอำนาจในการตัดสินใจ ปรับโฉมให้โรงเรียนเปลี่ยนเป็นศูนย์การเรียนรู้ของท้องถิ่น ประสบการณ์จากยุคปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาจำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาผ่านโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน (CONNEXT ED) รวมถึงโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เป็นแนวคิดการสร้างนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา เริ่มต้นที่เปลี่ยนความคิดคน (Mindset) ตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกใหม่ ต้องเตรียมพร้อมคนเพื่อมุ่งไปข้างหน้า

ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะจากที่ประชุมภาครัฐควรพัฒนาช่องทางการเรียนออนไลน์ที่มีอยู่เดิมให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดหาอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตให้ครอบครัวนักเรียนที่ขาดแคลน การปรับหลักสูตรการเรียนให้เหมาะสม การจัดคอร์สเรียนเสริมแก่ทั้งครูและเด็ก รวมถึงการพิจารณาลดค่าเล่าเรียนอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์โควิด-19

 

อ่านต่อได้ที่ https://www.facebook.com/627180797293850/posts/6347556125256260/?sfnsn=mo

 

Tags